หน่วยที่ 4 · บทที่ 2
ตั้งคำถาม: อะไร ที่ไหน ใคร เมื่อไร ทำไม
ประมาณ 6 นาที · เป้าหมาย: ถามและตอบคำถามใช่หรือไม่ด้วยการขึ้นเสียง และใช้ 뭐 어디 누구 언제 왜 ถามข้อมูล
ประโยคเดิม เปลี่ยนแค่เสียงท้าย
- 학교에 가요ไปโรงเรียน
- 학교에 가요?ไปโรงเรียนไหม
학교에 가요 เป็นประโยคบอกเล่า เสียงท้ายลง 학교에 가요? เป็นคำถาม เสียงท้ายขึ้น คำเหมือนกันทุกคำ ลำดับไม่เปลี่ยน ไม่มีคำเพิ่ม ในการเขียนต่างกันแค่เครื่องหมาย ?
ภาษาไทยต้องเติม “ไหม” หรือ “หรือเปล่า” แต่ภาษาเกาหลีใช้เสียงอย่างเดียว ประธานก็ไม่ต้องพูด บริบทจะบอกเองว่าหมายถึง “ฉัน” หรือ “คุณ”
เสียงที่ขึ้นเป็นทำนองของประโยค ไม่ใช่วรรณยุกต์ของคำ ภาษาเกาหลีไม่มีวรรณยุกต์
เรียนก่อน: คำกริยาในชีวิตประจำวัน
สรุปบทเรียน
คำอธิบายทั้งหมดของบทนี้ รวมไว้ในหน้าเดียว
ประโยคเดิม เปลี่ยนแค่เสียงท้าย
학교에 가요 เป็นประโยคบอกเล่า เสียงท้ายลง 학교에 가요? เป็นคำถาม เสียงท้ายขึ้น คำเหมือนกันทุกคำ ลำดับไม่เปลี่ยน ไม่มีคำเพิ่ม ในการเขียนต่างกันแค่เครื่องหมาย ?
ภาษาไทยต้องเติม “ไหม” หรือ “หรือเปล่า” แต่ภาษาเกาหลีใช้เสียงอย่างเดียว ประธานก็ไม่ต้องพูด บริบทจะบอกเองว่าหมายถึง “ฉัน” หรือ “คุณ”
เสียงที่ขึ้นเป็นทำนองของประโยค ไม่ใช่วรรณยุกต์ของคำ ภาษาเกาหลีไม่มีวรรณยุกต์
ตอบด้วย 네 หรือ 아니요 แล้วพูดคำกริยาซ้ำ
커피 마셔요? ถ้าใช่ ตอบว่า 네, 마셔요 ถ้าไม่ใช่ จะบอกสิ่งที่ถูกแทนก็ได้: 아니요, 우유 마셔요 คำตอบคือ 네 หรือ 아니요 ตามด้วยคำกริยาอีกครั้ง คล้ายภาษาไทยที่ถามว่า “ดื่มไหม” แล้วตอบว่า “ดื่ม”
ในประโยคพูดสั้น ๆ แบบนี้ คำช่วย 를 มักถูกละ จะพูดว่า 커피를 마셔요? ก็ถูกเช่นกัน
คำถามอยู่ตรงที่คำตอบจะอยู่
뭐 먹어요? ตอบว่า 빵 먹어요 คำว่า 뭐 (อะไร) อยู่ตำแหน่งเดียวกับ 빵 ในคำตอบพอดี คือหน้าคำกริยา ซึ่งเป็นที่ของกรรม
หลักเดียวกับภาษาไทย ที่คำถามอยู่ตรงตำแหน่งของคำตอบ: “กินอะไร” กับ “กินขนมปัง” ต่างกันแค่ภาษาเกาหลีวางกรรมไว้หน้าคำกริยา 뭐 해요? “ทำอะไร” ก็ตอบได้ด้วยประโยคเต็ม เช่น 책을 읽어요
어디 กับ 누구 ใช้แบบเดียวกัน
어디 가요? ตอบว่า 회사에 가요 คำว่า 어디 (ที่ไหน) อยู่ตรงตำแหน่งของสถานที่ ในภาษาพูดมักละ 에 หลัง 어디 แต่ในคำตอบ สถานที่ยังต้องมี 에
누구를 만나요? ตอบว่า 친구를 만나요 คำว่า 누구 (ใคร) รับคำช่วย 를 ตัวเดียวกับที่คำตอบใช้ เพราะทั้งคู่เป็นกรรมของ 만나요
언제 กับ 왜
언제 คือ เมื่อไร: 언제 와요? “มาเมื่อไร” คำตอบต้องใช้คำบอกเวลา ซึ่งจะเรียนในอีกสองบท ตอนนี้ถามให้ได้ก่อน
왜 คือ ทำไม: 왜 한국어를 공부해요? ตอบด้วยประโยคธรรมดาได้เลย เช่น 저는 한국어를 좋아해요 ไม่จำเป็นต้องมีคำว่า “เพราะ”
สิ่งที่ควรจำ
- คำถามใช่หรือไม่คือประโยคบอกเล่าที่ขึ้นเสียงท้าย ไม่ต้องเติมคำใด
- ตอบด้วย 네 หรือ 아니요 แล้วพูดคำกริยาซ้ำ
- 뭐 อะไร 어디 ที่ไหน 누구 ใคร 언제 เมื่อไร 왜 ทำไม วางไว้ตรงตำแหน่งที่คำตอบจะอยู่
จุดที่สับสนง่าย
- อย่าหาคำที่ตรงกับ “ไหม” ในภาษาเกาหลี ใช้เสียงท้ายประโยคอย่างเดียว
- คำถามที่มี 뭐 어디 누구 ตอบด้วย 네 / 아니요 ไม่ได้ ต้องให้ข้อมูล
- 누구를 มีคำช่วย 를 เพราะเป็นกรรม คำตอบก็ใช้ 를 เช่นกัน