หน่วยที่ 1 · บทที่ 6

เสียงพ่นลมและเสียงเกร็ง

ประมาณ 7 นาที · เป้าหมาย: ฟังแยกเสียงธรรมดา เสียงพ่นลม และเสียงเกร็งได้ เช่น 가 카 까 และประกอบคำอย่าง 커피 오빠 ได้

✕
1/20

เติมหนึ่งขีด ลมแรงขึ้น

가ga
카ka
다da
타ta

ฟัง 가 แล้วฟัง 카 จากนั้นฟัง 다 แล้วฟัง 타 ตัวอักษรคู่กันต่างกันแค่ขีดเดียว ㄱ เป็น ㅋ และ ㄷ เป็น ㅌ

ขีดที่เพิ่มหมายถึงลมที่พ่นออกมาแรง ลองเอาฝ่ามือบังหน้าปาก 카 กับ 타 จะรู้สึกถึงลมชัดเจน เรียกว่าเสียงพ่นลม ลมแรงพอ ๆ กับ ค ท ของไทยหรือแรงกว่า ส่วน 가 กับ 다 ที่ต้นคำมีลมเพียงเล็กน้อย

เรียนก่อน: สระ ㅑ ㅕ ㅛ ㅠ และ ㅐ ㅔ

สรุปบทเรียน

คำอธิบายทั้งหมดของบทนี้ รวมไว้ในหน้าเดียว

เติมหนึ่งขีด ลมแรงขึ้น

ฟัง 가 แล้วฟัง 카 จากนั้นฟัง 다 แล้วฟัง 타 ตัวอักษรคู่กันต่างกันแค่ขีดเดียว ㄱ เป็น ㅋ และ ㄷ เป็น ㅌ

ขีดที่เพิ่มหมายถึงลมที่พ่นออกมาแรง ลองเอาฝ่ามือบังหน้าปาก 카 กับ 타 จะรู้สึกถึงลมชัดเจน เรียกว่าเสียงพ่นลม ลมแรงพอ ๆ กับ ค ท ของไทยหรือแรงกว่า ส่วน 가 กับ 다 ที่ต้นคำมีลมเพียงเล็กน้อย

เสียงพ่นลมอีกสองตัว: ㅍ กับ ㅊ

ㅂ มีคู่พ่นลมคือ ㅍ และ ㅈ มีคู่คือ ㅊ ซึ่งเป็น ㅈ ที่เติมขีดสั้นข้างบน ฟัง 바 กับ 파 แล้วฟัง 자 กับ 차 หลักเดียวกัน คือลมแรงขึ้น

หลังเสียงพ่นลม สระมักเริ่มด้วยระดับเสียงสูงกว่าหลังเสียงธรรมดา ใช้เป็นตัวช่วยฟังได้ แต่ไม่ใช่วรรณยุกต์ของคำ ระดับเสียงจะเปลี่ยนไปตามตำแหน่งในประโยค

เสียงพ่นลมมีสี่ตัว: ㅋ ㅌ ㅍ ㅊ

เสียงพ่นลมในคำจริง

커피 กาแฟ 코 จมูก 차 ชา 포도 องุ่น 치마 กระโปรง 토마토 มะเขือเทศ

พ่นลมให้ชัดทุกครั้งที่เจอ ㅋ ㅌ ㅍ ㅊ ไม่ว่าจะอยู่ต้นคำหรือกลางคำ เช่น ㅍ ใน 커피 และ ㅌ ตัวที่สองใน 토마토 เสียงพ่นลมไม่กลายเป็นเสียงก้องเมื่ออยู่ระหว่างสระ ต่างจากเสียงธรรมดา

เขียนซ้ำสองตัว เสียงแน่นและไม่มีลม

ฟัง 가 กับ 까 แล้วฟัง 다 กับ 따 ตัวที่เขียนพยัญชนะซ้ำสองตัวติดกันเรียกว่าเสียงเกร็ง เกร็งคอและอวัยวะในปาก กั้นลมให้แน่น แล้วปล่อยออกสั้น ๆ โดยไม่มีลมตามมาเลย

จุดอ้างอิงที่ใกล้ที่สุดในภาษาไทยคือ ก ต ซึ่งไม่มีลมเหมือนกัน แต่เสียงเกร็งของเกาหลีแน่นและแข็งกว่า ใช้ ก ต เป็นจุดเริ่ม แล้วปรับตามไฟล์เสียง

เสียงเกร็งที่เหลือ: ㅃ ㅉ ㅆ

빠 และ 짜 ใช้หลักเดียวกับ 까 따 คือไม่มีลม กั้นลมแน่นแล้วปล่อย จุดอ้างอิงคือ ป และ จ ที่ออกเสียงให้แน่นขึ้น

ㅅ ไม่มีคู่พ่นลม มีแต่เสียงธรรมดา 사 กับเสียงเกร็ง 싸 ฟังเทียบกัน 사 นุ่มและมีลมปนเล็กน้อย ส่วน 싸 เสียงเสียดแทรกคมและแน่นกว่า สระที่ตามมาเริ่มชัดทันที

เสียงเกร็งมีห้าตัว: ㄲ ㄸ ㅃ ㅆ ㅉ

เสียงเกร็งในคำจริง

아빠 พ่อ 오빠 พี่ชาย (ผู้หญิงใช้เรียก) 토끼 กระต่าย 아저씨 คุณลุง

เสียงเกร็งกลางคำจะได้ยินเหมือนหยุดนิดหนึ่งก่อนปล่อยเสียง ฟัง 아빠 ริมฝีปากปิดค้างครู่หนึ่งแล้วจึงเปิด

비싸요 แปลว่า แพง ตอนนี้จำเป็นคำเดียวทั้งคำไปก่อน ส่วนประกอบของคำจะอธิบายในหน่วยที่ 3

สามแบบของเกาหลี ไม่ตรงกับสามแบบของไทย

ฟัง 가 카 까 เรียงกัน ภาษาไทยก็แยกสามแบบ เช่น บ ป พ แต่แบ่งคนละเกณฑ์ ไทยแบ่งเป็นเสียงก้อง เสียงไม่มีลม และเสียงมีลม ส่วนเกาหลีแบ่งเป็นเสียงธรรมดา เสียงเกร็ง และเสียงพ่นลม โดยไม่ใช้ความก้องแยกคำ

จึงจับคู่ตัวต่อตัวไม่ได้ เสียงเกร็งอยู่ใกล้ ป ต ก เสียงพ่นลมอยู่ใกล้ พ ท ค ส่วนเสียงธรรมดาที่ต้นคำอยู่ตรงกลาง คือมีลมเล็กน้อยและเสียงเบา เป็นเสียงที่ต้องฝึกใหม่ และไม่ใช่ บ ด

อักษรโรมัน g d b j ใช้เขียนเสียงธรรมดา ไม่ได้แปลว่าเป็นเสียงก้องแบบ บ ด

คำยืมใช้ตัวเสียงพ่นลม

카드 บัตร 카페 คาเฟ่ 파티 ปาร์ตี้ 티셔츠 เสื้อยืด

เสียง k t p ch ของภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลีเขียนด้วยตัวเสียงพ่นลม ㅋ ㅌ ㅍ ㅊ เกือบทั้งหมด ต่างจากคำยืมในภาษาไทยที่มักออกเป็นเสียงไม่มีลม เช่น ปาร์ตี้ ในภาษาเกาหลีต้องพ่นลมทั้ง ㅍ และ ㅌ เวลาอ่านคำยืมจึงอย่าใช้ความเคยชินจากคำไทย

สิ่งที่ควรจำ

  • เสียงพ่นลม ㅋ ㅌ ㅍ ㅊ: ลมแรง ตัวอักษรคือตัวธรรมดาที่เติมขีด (ㅍ เปลี่ยนรูป)
  • เสียงเกร็ง ㄲ ㄸ ㅃ ㅆ ㅉ: ไม่มีลม เสียงแน่น เขียนตัวธรรมดาซ้ำสองตัว
  • เสียงธรรมดา ㄱ ㄷ ㅂ ㅈ ที่ต้นคำ: เสียงเบา มีลมเล็กน้อย
  • ㅅ มีแค่สองแบบ คือ 사 กับ 싸

จุดที่สับสนง่าย

  • อย่าจับคู่ ㅂ = บ, ㅃ = ป, ㅍ = พ ภาษาเกาหลีไม่ใช้เสียงก้องแยกคำ ป ต ก เป็นเพียงจุดอ้างอิงของเสียงเกร็ง
  • ระดับเสียงที่สูงขึ้นหลังเสียงพ่นลมและเสียงเกร็งไม่ใช่วรรณยุกต์ อย่าจำเป็นเสียงตรีหรือเสียงจัตวา
  • คำยืมอย่าง 파티 카드 ต้องพ่นลม อย่าออกเสียงตามคำไทย