หน่วยที่ 3 · บทที่ 1
นี่ นั่น โน่น: 이거 그거 저거
ประมาณ 5 นาที · เป้าหมาย: ชี้ของสามระยะด้วย 이거 그거 저거 แล้วถามและตอบว่าสิ่งนั้นคืออะไร
คำถามเดียว ถามของสามชิ้น
- 이거 뭐예요?นี่คืออะไร
- 그거 뭐예요?นั่นคืออะไร
- 저거 뭐예요?โน่นคืออะไร
ฟังทั้งสามประโยค ส่วนท้ายเหมือนกันหมดคือ 뭐예요? “คืออะไร” ซึ่งเคยเจอมาแล้วใน 이름이 뭐예요?
สิ่งที่เปลี่ยนมีแค่คำแรก: 이거 그거 저거 ทั้งสามคำใช้ชี้สิ่งของ และลงท้ายด้วย 거 เหมือนกัน ต่างกันที่พยางค์หน้า ซึ่งบอกว่าของชิ้นนั้นอยู่ตรงไหน
เรียนก่อน: สำนวนสุภาพที่ใช้ทุกวัน
สรุปบทเรียน
คำอธิบายทั้งหมดของบทนี้ รวมไว้ในหน้าเดียว
คำถามเดียว ถามของสามชิ้น
ฟังทั้งสามประโยค ส่วนท้ายเหมือนกันหมดคือ 뭐예요? “คืออะไร” ซึ่งเคยเจอมาแล้วใน 이름이 뭐예요?
สิ่งที่เปลี่ยนมีแค่คำแรก: 이거 그거 저거 ทั้งสามคำใช้ชี้สิ่งของ และลงท้ายด้วย 거 เหมือนกัน ต่างกันที่พยางค์หน้า ซึ่งบอกว่าของชิ้นนั้นอยู่ตรงไหน
ใกล้ฉัน ใกล้คุณ ไกลจากทั้งคู่
이거 คือของที่อยู่ใกล้ผู้พูด 그거 คือของที่อยู่ใกล้ผู้ฟัง 저거 คือของที่อยู่ไกลจากทั้งสองคน
ภาษาไทยก็แบ่งสามระยะเหมือนกัน คือ นี่ นั่น โน่น จึงเทียบกันได้เกือบตรงตัว ข้อที่ต่างคือ “นั่น” ในภาษาไทยใช้กับของที่ห่างออกไปได้กว้าง ๆ แต่ 그거 ต้องอยู่ใกล้ฝั่งผู้ฟัง ถ้าไกลจากทั้งคู่ต้องใช้ 저거
คนถามพูด 이거 คนตอบพูด 그거
เพื่อนถือหนังสืออยู่แล้วถามว่า 이거 뭐예요? เพราะหนังสืออยู่ใกล้ตัวเขา สำหรับคุณ หนังสือเล่มนั้นอยู่ใกล้ผู้ฟัง จึงตอบว่า 그거 책이에요 ของชิ้นเดิม แต่คำชี้เปลี่ยนตามคนพูด
รูปคำตอบคือ คำชี้ + คำนาม + 이에요 หรือ 예요 ในภาษาพูดไม่ต้องใส่คำช่วยหลัง 이거 그거 저거
책이에요 ออกเสียงเชื่อมตัวสะกดไปพยางค์ถัดไป ตามที่เรียนในหน่วยที่ 1
ของใช้สี่อย่างไว้ชี้
우산 ร่ม 펜 ปากกา 지갑 กระเป๋าสตางค์ 컴퓨터 คอมพิวเตอร์ 펜 กับ 컴퓨터 เป็นคำยืมจากภาษาอังกฤษ แต่ออกเสียงแบบเกาหลี ให้ฟังจากเสียง
กฎเดิมยังใช้ได้: คำที่ลงท้ายด้วยตัวสะกด เช่น 우산 펜 지갑 ต่อด้วย 이에요 คำที่ลงท้ายด้วยสระ เช่น 컴퓨터 ต่อด้วย 예요
ประโยคเดิม แค่ขึ้นเสียงท้าย
이거 물이에요? ใช้คำชุดเดียวกับประโยคบอกเล่าทุกคำ ภาษาเกาหลีไม่มีคำอย่าง “ไหม” หรือ “หรือเปล่า” มาต่อท้าย แค่ขึ้นเสียงสูงที่ท้ายประโยค และในการเขียนใส่เครื่องหมาย ?
ถ้าใช่ ตอบว่า 네, 물이에요 คือ 네 แล้วพูดประโยคเดิมด้วยเสียงลงท้ายปกติ
ภาษาเกาหลีไม่มีวรรณยุกต์ เสียงสูงตรงนี้เป็นทำนองของทั้งประโยค ไม่ใช่เสียงประจำคำ
สิ่งที่ควรจำ
- 이거 ใกล้ผู้พูด 그거 ใกล้ผู้ฟัง 저거 ไกลจากทั้งสองคน
- ถามว่า “คืออะไร” ด้วย 뭐예요? และตอบด้วย คำนาม + 이에요/예요
- ประโยคคำถามแบบใช่หรือไม่ใช้คำเดิมทุกคำ แค่ขึ้นเสียงท้ายประโยค
จุดที่สับสนง่าย
- 그거 ไม่เท่ากับ “นั่น” ทุกกรณี ต้องเป็นของที่อยู่ใกล้ผู้ฟัง ถ้าไกลจากทั้งคู่ใช้ 저거
- คนถามพูด 이거 คนตอบมักต้องเปลี่ยนเป็น 그거 เพราะมองจากคนละฝั่ง